ยื่นบัตรประชาชนให้การ์ดหน้าตาเดิมๆ มองหน้าก็รู้กันว่าไอ่นี่ไม่ต้องตรวจบัตรหรอก เจอกันอยู่ประจำ ก็ทำท่ารับบัตรไปแล้วยื่นบัตรกลับมาแค่นั้นแหละ
เดินเข้าไปในร้านถามหาเจ๊คนสวยคนเดิม เจ๊เป็นคนจัดการเรื่องการจัดสรรโต๊ะสำหรับลูกค้า
(เดี๋ยวมาต่อ แปะไว้ก่อน)
ยื่นบัตรประชาชนให้การ์ดหน้าตาเดิมๆ มองหน้าก็รู้กันว่าไอ่นี่ไม่ต้องตรวจบัตรหรอก เจอกันอยู่ประจำ ก็ทำท่ารับบัตรไปแล้วยื่นบัตรกลับมาแค่นั้นแหละ
เดินเข้าไปในร้านถามหาเจ๊คนสวยคนเดิม เจ๊เป็นคนจัดการเรื่องการจัดสรรโต๊ะสำหรับลูกค้า
(เดี๋ยวมาต่อ แปะไว้ก่อน)
รายละเอียดคงเขียนมากไม่ได้ รู้แต่ว่าเซ็ง เครียด เหี้ย
จากเพื่อนที่เคยไปไหนมาไหนด้วยกัน เคยคิดว่ามันก็คุยถูกคอใช้ได้ กลายมาเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและสร้างปัญหาให้กับชีวิตในหลายๆด้าน
เครียด
จะลี้หนีหน้าไม่ได้ เพราะต้องทำงานที่เดียวกัน บางทีทำงานร่วมกันอีก
เครียด
มีความเสียหายทางด้านจิตใจ หวั่นวิตก กังวล
เครียด
แต่ก่อนมันก็เคยเล่าว่ามีแฟนอย่างนั้นอย่างนี้ ตอนนี้ชอบผู้หญิงคนนั้นคนนี้ ไอ่เราก็คิดว่าแรกเริ่มเดิมทีที่คิดว่ามันเป็นเกย์คงเป็นแค่การเข้าใจผิด ที่ไหนได้พอสบโอกาสแม่งก็พยายามจะมา sexual harassment เรา แม่งระยำไหมนั่น กูนอนเมาอยู่รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างแล้วแม่งทำเหี้ยอะไรกับกูบ้างวะนั่น เด็กกูก็จะเลิกกับกูไม่ยุ่งกับกูก็เพราะรังเกียจ ตัวกูแม่งไม่รู้โดนอะไรไปบ้าง (แต่ยังไม่โดนอย่างนั้นชัวร์ๆ) แม่งก็ไม่รู้จะติดโรคเหี้ยอะไรไหม
ไอ่พวกคนประเภทนี้แม่งยิ่งไว้ใจไม่ได้อยู่ด้วย
เซ็งเหี้ยๆ ทุกวันนี้ทำงานก็เครียด บรรยากาศแม่งก็ยิ่งเครียด แม่งเอ๊ย ... เป็นเหี้ยอะไรกับกูนักหนาวะ กูเคยบอกมึงเหรอว่ากูเป็นเกย์ กูชอบเกย์ ไอ่สัดเอ๊ย
กูเกลียดเกย์โว้ย
19 กันยายน 2549 23:00 น.
10 missed calls ...
?! หยิบมือถือขึ้นมาดูหลังจากออกมาจากห้องน้ำ ทำไมมันเยอะจังหว่า
เดินไปหยิบผ้ามาเช็ดหัวที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำ พลางกดโทรศัพท์โทรกลับไปหาสายที่เรียกเข้ามา เพื่อนรีบถามใหญ่เลยว่าตอนนี้อยู่ไหน อยู่บ้านหรือยัง รู้ไหมว่าตอนนี้เค้ามีการปฏิวัติ (จริงๆแล้วคือรัฐประหาร) กัน เพิ่งมีเหตุการณ์เกิดขึ้นไปเมื่อตอนสองทุ่ม ตอนนี้กระทำการสำเร็จเรียบร้อยแล้ว
?! นิ่ง อึ้ง ไปพักหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์แบบนี้จะมาเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเราอีกครั้ง นับจากพฤษภาทมิฬคราวก่อน ใจหนึ่งก็ดีใจที่นายกฯทักษิณหลุดพ้นจากตำแหน่งและอำนาจทางการเมืองอย่างถาวร ใจหนึ่งก็หวั่นใจแทนประชาชนคนอื่นที่อยู่นอกบ้านว่าจะได้พบประสบอะไรที่ไม่ดีหรือเปล่า ยิ่งไปกว่านั้นคือห่วงใยประเทศชาติว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป วันข้างหน้าประเทศจะขับเคลื่อนไปในทางไหน
เรียกเพื่อนทั้งหมดมาประชุมกันทาง MSN เรียกเพื่อนที่ทำงานมาประชุมกันทาง IRC ทุกคนต่างมีหัวข้อที่สงสัย ความลังเลใจ ความไม่แน่ใจ ความคับข้องใจ ความกระหายใคร่รู้ เกิดขึ้นกับทุกคนแต่ที่น่าประทับใจที่สุดคือความห่วงใยที่เพื่อนมีให้กัน สิ่งที่ทุกคนพูดย้ำมากที่สุดช่วงนั้นคือให้โทรตามคนรู้จักทุกคนว่าอยู่ที่ไหน ถึงบ้านหรือยัง ให้กลับเข้าบ้านโดยด่วน ความคิดคำนึงเช่นนี้ทำให้เราได้รับรู้เลยเลยว่าเพื่อนคนไหนที่ห่วงใยเราอย่างจริงใจ
ซึ้งจริงๆ
เมื่อมาพูดย้อนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ส่วนตัวนั้นไม่ค่อยชอบตัวนายกฯทักษิณสักเท่าไร ก็เลยไม่ค่อยรู้สึกแย่อะไรมากมายกับเหตุการณ์นี้ แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบทักษิณแล้วก็คงรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันแย่เสียจริง นี่หรือประเทศไทย นี่หรือประชาธิปไตย ทำแบบนี้มันถอยหลังเข้าคลองชัดๆ ประมาณนั้น
เมื่อความคับข้องใจมีมากเกินไปก็ต้องการหาที่ระบาย หาที่แสดงออกทางความคิดที่แตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน หนทางหนึ่งที่ทำได้คือเปลี่ยนชื่อ display MSN เป็นประโยคที่เสียดแทงต่างๆนานา เช่น
Is this the so-called democracy? อันนี้ยังพอรับได้ ส่วนตัวมีเหตุผลอธิบายสำหรับประโยคนี้อยู่แล้ว
ป๋า อยากเป็นนายกฯก็ไม่บอก อันนี้รู้สึกโคตรรับไม่ได้ ทุเรศสิ้นดี ไม่รู้ว่าคิดมาได้อย่างไร
อ่านแล้วรู้สึกเครียด ทำไมการที่คนเราคิดไม่เหมือนกัน สนับสนุนในสิ่งที่ต่างกัน กลับต้องมาลงเอยด้วยการเสียดแทงและกล่าวหาในสิ่งที่คนอื่นเชื่อถือหรือนับถือ อ่านแล้วมันทำให้เสียความรู้สึกกับคนนั้นๆไปมากพอสมควร รู้สึกเซ็งจนอยากจะเข้าไปคุยอธิบายแต่ก็รู้ว่าคุยไปก็คุยกันไม่รู้เรื่องแน่นอน ดังที่เคยมีคนบอกไว้ว่าเรื่องการเมืองนี่ห้ามนำไปพูดคุยกันในหมู่คนที่รู้จักกัน ไม่งั้นจะเสียความสัมพันธ์อันดีไป
แต่มันก็เซ็งระยำ
ทำไมนะ ทำไมคนเราไม่คิดถึงความรู้สึกของผู้อื่นมากกว่านี้ ...